เกี่ยวกับมูลนิธิ

ความเป็นมา

เมื่อพุทธศักราช 2518 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ได้ทรงก่อตั้ง “มูลนิธิประชาธิปก” ขึ้นด้วยพระราชหฤทัยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีต่อพระองค์ ประเทศชาติ และประชาชน

ในการนี้ได้พระราชทานทรัพย์สินและเงินทุนเป็นเงินทั้งสิ้น 2,715,041.68 บาท ณ วันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2518 เป็นทุนเริ่มการ  

มูลนิธิประชาธิปกได้จดทะเบียนกับทางราชการ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พุทธศักราช 2518

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการที่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปประทับในชนบท ที่สวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี ระหว่างพุทธศักราช 2493 และพุทธศักราช 2511

และเมื่อพุทธศักราช 2497 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึกผ่าตัดที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น พระราชทานโรงพยาบาลประจำจังหวัดจันทบุรี เสร็จสมบูรณ์เมื่อพุทธศักราช 2499 พระราชทานชื่อว่า “ตึกประชาธิปก” ยังผลให้รัฐบาลดำเนินการปรับปรุงและขยายโรงพยาบาลแห่งนั้น
และเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

แต่นั้นมาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ได้พระราชทาน “ทุนประชาธิปก” จากพระราชทรัพย์และเงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลแก่โรงพยาบาลพระปกเกล้า และวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าซึ่งตั้งขึ้นในภายหลัง 

ต่อมาเมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เสด็จฯ กลับมาประทับที่วังศุโขทัย กรุงเทพมหานครเป็นการถาวร ได้ทรงขายสวนบ้านแก้วที่ประทับทำการเกษตรแก่กระทรวงศึกษาธิการในราคาย่อมเยา เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยครูจันทบุรี และได้ทรงรับวิทยาลัยครูแห่งนั้นไว้ในพระราชินูปถัมภ์ พระราชทานเงินสนับสนุนสืบมาอีกแห่งหนึ่ง

ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้พระราชกุศลที่ทรงบำเพ็ญมานี้มีความต่อเนื่องเป็นปึกแผ่นสืบไป
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ จึงทรงกำหนดให้มูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกิจการของโรงพยาบาลพระปกเกล้า วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า และวิทยาลัยครูจันทบุรี
(ซึ่งต่อมาภายหลังจากที่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ เสด็จสวรรคตแล้ว ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อและฐานะเป็น “วิทยาลัยรำไพพรรณี” “สถาบันราชภัฏรำไพพรรณี” และ “มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี” ตามลำดับ)

ในด้านการก่อสร้าง การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการต่าง ๆ ของสถาบันทั้งสาม นอกเหนือจากงบประมาณที่ได้รับจากทางราชการ และเพื่อสมทบทุน
“ประชาธิปกบรมราชานุสรณ์” ของวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า ในการช่วยเหลือนักเรียนพยาบาลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นต้น

นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังมีรายรับจากการที่มีผู้บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล และดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินที่เป็นของมูลนิธิฯ

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ได้เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2527 โดยได้ทรงทำพระพินัยกรรมไว้ที่ประเทศอังกฤษ พระราชทานเงินจำนวนหนึ่งแก่
มูลนิธิฯ ทำให้มูลนิธิฯ มีดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินที่เป็นทุนของมูลนิธิฯ มากขึ้น

ซึ่งคณะกรรมการของมูลนิธิฯ ได้พิจารณาให้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ เป็นจำนวนมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการให้เงินแก่สถาบันทั้งสามดังกล่าว เพื่อเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ในการที่ได้ทรงก่อตั้งและทรงเป็นองค์ประธานกรรมการของมูลนิธิฯ ตลอดมาจนเสด็จสวรรคต

คณะกรรมการของมูลนิธิฯ จึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผนวกพระนามไว้ในชื่อของมูลนิธิฯ “มูลนิธิประชาธิปก” จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิประชาธิปก-รำไพพรรณี” โดยได้รับอนุญาตจากทางราชการให้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อของมูลนิธิฯ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2528

วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

คณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ และพลอากาศเอก กำธน สินธวานนท์ เป็นประธานฯ ตามลำดับ
ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์เรื่อยมา จนกระทั่งใน พ.ศ. 2550 ได้พิจารณาเห็นสมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และได้รับอนุญาตจากทางราชการให้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2551 ดังนี้

ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของมูลนิธิไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

ตราประจำมูลนิธิ

ตราประจำมูลนิธิประชาธิปก-รำไพพรรณี มี ตราศักดิเดชน์ เป็นประธาน มีแพรแถบชื่อมูลนิธิฯ อยู่เบื้องล่าง

ตราศักดิเดชน์ เป็นตรารูปโล่ ภายในแบ่งเป็น 3 ช่อง คือ ครึ่งบน 2 ช่อง ครึ่งล่าง 1 ช่อง

รูปสัญลักษณ์ที่ปรากฏสามารถอ่านได้ความ ดังนี้

“สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (วันพระราชสมภพตรงกับวันพุธ) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (วันพระราชสมภพตรงกับวันอังคาร) แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งมีสีเหลืองเป็นสีประจำ”

  • ครึ่งบนของตราด้านซ้าย เป็นเครื่องหมายของพระบรมราชจักรีวงศ์ คือรูปจักรกับตรี แท่งสีเหลือง
  • ครึ่งบนของตราด้านขวา เป็นรูปพระเกี้ยว หรือ จุลมงกุฎ เครื่องหมายประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บนพื้นสีชมพู สีประจำวันอังคาร วันพระราชสมภพ

ส่วนครึ่งบนของตราเช่นนี้ บรรดาพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ประกอบตราประจำพระองค์ โดยนำสัญลักษณ์ประจำแต่ละพระองค์ประกอบเข้าเป็นครึ่งล่างของตรา

  • ครึ่งล่างของตราศักดิเดชน์ เป็นรูปศรสามองค์บนพื้นสีเขียว สีประจำวันพุธ วันพระราชสมภพของสมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ โดยเหตุที่ เดชน์ แปลว่า ศร  ศักดิเดชน์ คือ ผู้ทรงศร หรือผู้ทรงอำนาจด้วยศร ความหมายนี้รับกันอย่างเหมาะสมกับการที่เสด็จพระราชสมภพมาในพระบรมราชจักรีวงศ์ เพราะ จักรกับตรี นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธประจำพระองค์พระนารายณ์ และเชื่อกันว่าเมื่อพระนารายณ์เสด็จอวตารมาปราบทุกข์เข็ญในโลกมนุษย์นั้น ได้บังเกิดเป็นพระราม ผู้มีศร 3 องค์ เป็นราชศัตราวุธประจำพระองค์

คณะกรรมการมูลนิธิ

กฎระเบียบและข้อบังคับ

องค์กรพันธมิตร

ร่วมมือกับสถาบันชั้นนำเพื่อขับเคลื่อนพันธกิจ และสร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้เกิดแก่สังคมอย่างยั่งยืน

รายงานประจำปี