วังสวนบ้านแก้ว

ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

วังสวนบ้านแก้วคือที่ที่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงเริ่มต้นพระชนม์ชีพใหม่หลังเสด็จนิวัติประเทศไทย บนที่ดินประมาณ 687 ไร่ที่ทรงกู้เงินจากธนาคารมาจัดซื้อ

ข้อมูลโดยย่อ

  • ช่วงเวลาที่ประทับ — 20 มิถุนายน พ.ศ. 2493 ถึง พ.ศ. 2511 รวมประมาณ 18 ปี

  • เนื้อที่ — ประมาณ 687 ไร่

  • อาคารสำคัญ — เรือนเทา เรือนแดง เรือนเขียว

  • ปัจจุบัน — อยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (รอยืนยันเงื่อนไขการเข้าชม)

การเลือกจันทบุรี

หลังเสด็จนิวัติประเทศไทยใน พ.ศ. 2492 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีประทับ ณ วังสระปทุมระยะหนึ่ง และมีพระราชประสงค์จะประทับในพื้นที่ที่เงียบสงบและเหมาะแก่การเพาะปลูก พลตรี หม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์ ถวายคำแนะนำให้ทรงพิจารณาจังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดจันทบุรี เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรทั้งสองแห่งแล้ว ทรงเลือกจันทบุรี เพราะมีธรรมชาติร่มรื่นและอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก (รอผู้ว่าจ้างยืนยันการเขียนพระนามและตำแหน่ง)

ที่ดิน 687 ไร่ที่ทรงจัดซื้อเอง

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงกู้เงินจากธนาคารเพื่อจัดซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิมหลายราย รวมเนื้อที่ประมาณ 687 ไร่ และพระราชทานนามว่า “สวนบ้านแก้ว” เมื่อเสด็จมาประทับครั้งแรกในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2493 พื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าและประปา จึงสร้างเรือนไม้ไผ่มุงจากเป็นที่ประทับชั่วคราวก่อน ต่อมาจึงสร้างเรือนเทา เรือนแดง และเรือนเขียวเพิ่มเติม

แปลงทดลองการเกษตรและเสื่อจันทบูร

สวนบ้านแก้วใช้เป็นแหล่งทดลองด้านการเกษตรทั้งการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ราษฎรในพื้นที่ นอกจากนี้สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณียังทรงส่งเสริมการทอเสื่อจันทบูร ซึ่งเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของจังหวัด ให้มีคุณภาพและเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น จนกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่น

จากวังสู่มหาวิทยาลัย

เมื่อประทับครบประมาณ 18 ปี และพระพลานามัยไม่แข็งแรงดังเดิม จึงมีพระราชดำริแปรพระราชฐานกลับไปประทับ ณ วังศุโขทัยเป็นการถาวรใน พ.ศ. 2511 และทรงจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดตั้งวิทยาลัยครูจันทบุรี ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีในปัจจุบัน

เกร็ดจากสถานที่

ที่ดินผืนนี้จัดซื้อด้วยเงินที่ทรงกู้จากธนาคาร และท้ายที่สุดไม่ได้คงอยู่เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ เพราะทรงจำหน่ายให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปจัดตั้งสถานศึกษา ซึ่งใช้ชื่อของพระองค์มาจนถึงปัจจุบัน